|
เขียนโดย Sasara
|
|
จันทร์, 11 เมษายน 2005 |
|
สาว ๆ ที่สรรหานมเปรี้ยวมาดื่ม ด้วยคิดว่ามันจะทำให้ผอมเพรียวเหมือนนางแบบที่ออกมาโฆษณาผลิตภัณฑ์ เห็นที่จะต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่แล้วล่ะค่ะ
นมเปรี้ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการนำนมมาหมักด้วยจุลินทรีย์ ที่ไม่ทำให้เกิดโรค จุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและทำปฏิกิริยากับน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติในนม เกิดกรดแล็กติกที่มีรสเปรี้ยว ได้นมที่มีลักษณะเป็นครีมข้น ๆ เรียกว่า โกเกิร์ต และในบ้านเรานิยมเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม น้ำผลไม้ลงไป หรือทำให้เหลวแล้วเติมน้ำตาล และแต่งรสผลไม้เป็นนมเปรี้ยวชนิดดื่ม ซึ่งกำลังนิยมกันมาก
ด้วยความที่นมเปรี้ยวทำมาจากนม คุณค่าทางโภชนาการจึงใกล้เคียงกับนมสด เป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีนและแคลเซียม เหมาะสำหรับผู้ที่ดื่มนมสดแล้ว มีอาการไม่สบายท้อง จากน้ำตาลแลคโตส ก็สามารถได้ประโยชน์จากนม โดยการกินโยเกิร์ตแทน
นมเปรี้ยวที่นิยมดื่มกันส่วนใหญ่ มีนมเป็นส่วนประกอบเพียงร้อยละ 35-50 ที่สำคัญนมเปรี้ยวชนิดดื่มเหล่านี้ มีน้ำตาลสูงถึงร้อยละ 8 -20 สูงกว่านมหวานมาก และยังสูงใกล้เคียงกับน้ำอัดลมด้วย เมื่อดื่มนมเปรี้ยว 1 กล่อง (180 มล.) จะได้น้ำตาลมาด้วย 3 ช้อนชา บางยี่ห้อมีถึง 7 ช้อนชา ในขณะที่นักโภชนาการแนะนำเพียงวันละ 6 ช้อนชา การดื่มนมเปรี้ยววันละ 2 กล่อง ก็หมดโควตาแล้ว และหากยิ่งดื่มมาก แทนที่จะผอม จะกลายเป็นอ้วน เพราะนมเปรี้ยวให้พลังงานพอ ๆ กับนมจืด และสูงกว่านมพร่องมันเนย แต่มีโปรตีน แคลเซี่ยม วิตามิน และแร่ธาตุอื่นเพียงครึ่งเดียว ไม่ต้องหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เพราะกระบวนการผลิตแบบยูเอชพี จุลินทรีย์ก็ตายหมดแล้ว
แต้ถ้าอยากดื่นมมจริง ๆ และไม่อยากอ้วน ควรดื่มนมจืดพร่องมันเนยมากกว่า
|
|
Last Updated ( พฤหัสบดี, 24 มกราคม 2008 )
|
|
|
เขียนโดย Sasara
|
|
จันทร์, 11 เมษายน 2005 |
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัด หรือที่มีน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้อ้วนได้ และเมื่อเกิดเป็นโรคอ้วนขึ้นมาแล้ว สารพัดโรคร้ายก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด รวมทั้งโรคที่เกี่ยวกับการนอนหลับ หลาย ๆ คนทราบถึงผลเสียดังกล่าว ก็พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวานจัดเหล่านี้ และคิดว่า ตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มก็คือ น้ำตาลกลูโคส ที่อยู่ในของหวานเหล่านั้นนั่นเอง จากนั้น บางคนกันไปรับประทานของหวานที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลฟลุคโตสแทน เช่น น้ำผึ้ง น้ำเชื่อมจากข้าวโพด ผลไม้ต่าง ๆ อีกทั้งปัจจุบันผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อย่างน้ำอัดลม หรือ ซอฟต์ดริงค์ ก็จะหันมาใช้น้ำตาลฟลุคโตสเป็นส่วนผสมในอาหารกันมากขึ้น ทำให้นักวิจัยได้หันมาสนใจบทบาทของน้ำตาลฟลุคโตสในอาหารกันมากขึ้น
งานวิจัยล่าสุดพบว่า น้ำตาลฟลุคโตส ที่อยู่ในอาหารต่าง ๆ นั้น ก็อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้เหมือนกัน เพราะมันไปกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหาร จนทำให้เราต้องกินอาหารมากขึ้น และยังลดการเผาผลาญไขมัน โดยงานวิจัยนี้ ได้ศึกษาในผู้หญิงที่มีน้ำหนักในเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 12 คน โดยเปรียบเทียบผลของการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลฟลุคโตส กับเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลกลูโคส พบว่า เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลฟลุคโตส จะลดปริมาณของทั้งฮอร์โมนอินซูลิน และฮอร์โมนแลปทิน ที่เป็นตัวการสั่งให้เกิดการเผาผลาญพลังงานหรือไขมัน รวมทั้งยังกระตุ้นสารเคมีบางตันในสมองจนทำให้เกิดคามรู้สึกอิ่ม ขณะเดียวกันก็พบว่า ปริมาณของฮอร์โมนเกรห์ลิน เพิ่มสูงขึ้น โดยฮอร์โมนตัวนี้ จะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหิว หรือกระตุ้นความอยากอาหาร ส่งผลให้หิวง่าย และกินอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้นักวิจัยคิดว่า ถ้ากินน้ำตาลฟลุคโตสในปริมาณมากและเป็นเวลานาน อาจะเป็นชนวนที่สั่งการให้ร่างกายนำเข้าอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังลดการเผาผลาญพลังงาน ก่อให้เกิดการสะสมของพลังงานและไขมัน ง่ายต่อการเกิดโรนคอ้วน เหมือนกันการกินอาหารที่มีไขมันสูงนั้นเอง
คัดลอกมาจาก MCOT for Ladies |
|
Last Updated ( พฤหัสบดี, 24 มกราคม 2008 )
|
|
|
เขียนโดย Lowcarber
|
|
พุธ, 30 มีนาคม 2005 |
เรื่องราวของคุณหมอเบิร์นสไตน์ ที่สู้เบาหวานด้วยวิถีพร่องแป้ง |
|
Last Updated ( พุธ, 23 มกราคม 2008 )
|
|
Read more...
|
|
|
เขียนโดย Lowcarber
|
|
อาทิตย์, 27 มีนาคม 2005 |
|
ผลสำรวจบอกคนอเมริกัน 24 ล้านคนใช้วิถีพร่องแป้ง
|
|
Last Updated ( พุธ, 23 มกราคม 2008 )
|
|
Read more...
|
|
|
เขียนโดย Lowcarber
|
|
ศุกร์, 25 มีนาคม 2005 |
|
วิถีพร่องแป้ง... ความรู้สึกดีๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง |
|
Last Updated ( พุธ, 23 มกราคม 2008 )
|
|
Read more...
|
|
|
|
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 Next > End >>
|
| Results 28 - 36 of 57 |