|
Written by
|
|
ศุกร์, 25 กุมภาพันธ์ 2005 00:00 |
ดิฉันได้อ่านบทความให้สัมภาษณ์ ของคุณ จอย : รินลณี ศรีเพ็ญ ดารา พิธีกร และนางแบบ ชื่อดัง ในนิตยสารฉบับหนึ่ง เรื่อง "กินตามใจปาก ก็ยังสวยได้"
เธอบอกว่า......ส่วนเรื่องอาหาร จริงๆ แล้วจอยเป็นคนที่ทานอาหารตามปกติ แล้วก็ค่อนข้างจะทานเยอะด้วยซ้ำไป แต่ว่าจะเลือกทานคือ ทานข้าวให้น้อย กินคาร์โบไฮเดรตให้น้อยเข้าไว้ จอยมีความรู้สึกว่า คนเราความสุขมันอยู่ที่การกินด้วยนะ ถ้าเกิดว่าจะต้องอดก็คงรู้สึกว่าชีวิตฉันต้องไม่มีความสุขแน่ๆ ทนไม่ได้ ต้องกินอยู่ดี แต่ถ้ารู้ตัวว่ามื้อไหนกินมากไป มื้อต่อมาก็จะกินผักให้มากหน่อย.... วิธีการของเธอก็เป็นแนวทางของชาวโลว์คาร์บเช่นกันค่ะ |
|
LAST_UPDATED2 |
|
|
Written by
|
|
ศุกร์, 25 กุมภาพันธ์ 2005 00:00 |
เก็บมาฝากค่ะ ...Tips : ดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอทั้งภายนอกและภายในค่ะ 1. ยารักษาเซลลูไลต์ที่ดีที่สุด คือการออกกำลังกาย และขัดผิวเป็นประจำ---->ให้เหงื่อออก และป้องกันการสะสมของเซลลูไลต์ 2. ให้ความชุ่มชื้นผิวเป็นพิเศษกับสะโพก ต้นขา หน้าท้อง โดยหมั่นทาครีม หรือโลชั่นเป้นประจำค่ะ----> ถ้าผิวแห้งจะแตกเป็นลายแก้ไขลำบากค่ะ 3. ฝึกตัวเองให้เก็บหน้าท้องไว้เสมอ ----> นี่คือเคล็ดที่เด็ดสุดแล้วของการไร้ส่วนเกินกลางลำตัว- 4. ทุกครั้งที่นึกได้ เกร็งกล้ามเนื้อสะโพก แล้วคลายเป็นจังหวะ อย่างน้อยครั้งละ 20-30 ---->เพื่อความตึงแน่นของกล้ามเนื้อสะโพกค่ะ 5. เลิกใช้ลิฟต์ถ้าคุณอยู่ชั้น 2, 3 และ 4 -----> เป็นการออกกำลังกายทำให้ต้นขาแข็งแรงด้วยค่ะ 6.ดื่มน้ำมากๆ ค่ะ ----> เพื่อ ระบบขับถ่าย และระบบการย่อย ที่ดีทำให้ผิวพรรณเต่งตึงสดใสค่ะ 7. รับประทานสิ่งเหล่านี้ให้มากเข้าไว้ค่ะ อาหารจำพวก โปรตีนไขมันต่ำ ผัก ธัญพืช และควรทานสิ่งเหล่านี้ให้น้อยที่สุด หรือไม่ทานเลย กาเฟอีน แป้งขัดขาว ขนมปัง ขนมหวาน อาหารที่ผ่านกระบวรการทางเคมี น้ำตาล----> สรุปว่าใช้วิถีชีวิตพร่องแป้งให้มากที่สุดค่ะ |
|
LAST_UPDATED2 |
|
Written by
|
|
ศุกร์, 25 กุมภาพันธ์ 2005 00:00 |
โฆษณาเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทควบคุมน้ำหนักที่มีแอล-คาร์นิทีนเป็นส่วนผสม หวั่นโฆษณาเกินจริง ระบุแอล-คาร์นิทีนแค่วิตามินที่ไม่จำเป็รต้องหากินเสริมไม่สามารถช่วยลดน้ำหนักหรือเพิ่มกล้ามเนื้อได้ อย.เตรียมออกสปอต “อย่าหลงเชื่อ” เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง
เภสัชกรมานิตย์ อรุณากูร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงเครื่องดื่มผสมแอล-คาร์นิทีน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทควบคุมน้ำหนักที่มีแอล-คาร์นิทีนเป็นส่วนผสมและมีวางจำหน่ายในขณะนี้ว่า แอล-คาร์นิทีนถือเป็นวิตามินชนิดหนึ่ง มีความจำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญอาหาร แต่ไม่จำเป็นต้องหากินเสริม เนื่องจากสวนหนึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง และยังได้จากโปรตีนในอาหารที่ทาน ส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์
ส่วนแอล-คาร์นิทีนที่อนุญาตให้ผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มนั้น ผู้ผลิตต้องขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หากมีการโฆษณาว่า ช่วยลดน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าให้ผลเช่นนั้นจริง หากพิสูจน์ไม่ได้ ถือว่าโฆษณาเกินจริง มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี
ขณะนี้ อย.อยู่ระหว่างการเตรียมจะออกสปอตโฆษณาชื่อ "อย่าหลงเชื่อ" เน้นให้ความรู้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริงครอบคลุมสินค้าประเภทต่าง ๆ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง คาดว่า จะสามารถเผยแพร่ได้ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายนนี้
ด้านนายสง่า ดามาพงษ์ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับแอล-คาร์นิทีน แต่พอได้ยินมาบ้าง อย่างไรก็ดี มีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่วางจำหน่ายมากมายในขณะนี้ ว่า ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนต่าง ๆ เป็นการลดความอ้วนได้เพียงชั่วคราว อยากให้เน้นเรื่องการเดินทางสายกลาง ควบคุมแคลอรีจากอาหารที่ทานเข้าไป และออกกำลังกาย จะเป็นลดน้ำหนักได้ยั่งยืน
นายสง่าแนะนำด้วยว่า การลดแคลอรีในชีวิตประจำวันต้องลดอาหารประเภทแป้ง อาหารไขมันสูง อาหารรสหวานจัด ลดการทานจุบจิบ เน้นทานผักให้มากขึ้น อาหารไทยประเภทต้มคืออาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี แต่ต้องไม่ใช่อาหารที่ใส่กะทิ หรืออาหารทอด ส่วนผลไม้ที่ใช้ควบคุมน้ำหนักได้ดีคือ ฝรั่งและมะละกอสุก ส่วนกล้วยโดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าไม่แนะนำ เพราะมีน้ำตาลสูง และในราวกลางเดือนมีนาคมนี้ ทางสมาคมจะเปิดตัวหนังสือ "เมนูสู่หุ่นสวย" เพื่อเป็นคู่มือแนะนำอาหารสำหรับผู้ที่ต้องมีรูปร่างดี
|
|
LAST_UPDATED2 |
|
|
Written by
|
|
อังคาร, 25 มกราคม 2005 08:46 |
|
ควบคุมน้ำหนัก เริ่มต้นอย่างไรดี |
|
LAST_UPDATED2 |
|
Read more...
|
|
Written by
|
|
พุธ, 12 มกราคม 2005 09:24 |
วันนี้มีลูกน้องขอลาหยุด 1 วัน เนื่องจากลูกสาววัย 9 ขวบไม่สบาย ทำให้ดิฉันอดนึกถึงลูกสาวเธอไม่ได้...เด็กผู้หญิง...เด็กอายุ 9 ขวบสูง 140 เซนติเมตร(กว่าๆ) มีน้ำหนักถึง 70 กิโลกรัม ยังจำได้ว่าเมื่อปีก่อนยัง 64 กิโลกรัม ...ว่าจะลด ..จะลด แต่ก็เพิ่มขึ้นทุกที เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้....
มานั่งวิเคราะห์ดูว่าทำไมถึงได้น้ำหนักเพิ่มขึ้นขนาดนี้...คุณพ่อเป็นคนร่างใหญ่...ส่วนคุณแม่ก็สาวสวยหุ่นดี ท้วมขึ้นบ้างเป็นระยะถ้าช่วงไหนทานเก่ง..ฉนั้น..นอกจากพันธุกรรมกรรมก็ไม่น่าจะขนาดนี้ ...แต่มานั่งนึกถึง พฤติกรรมการทานแล้ว...น่าจะมีส่วนมากที่สุดค่ะ ...เคยเห็นคุณแม่พามาที่ทำงาน..น้องหนูจะมีสัมภาระ คือกระเป๋าเป้ 1 ใบ ข้างในจะมีของเล่นเล็กๆ น้อยๆ แต่ที่น่าตกใจคือ ที่เต็มกระเป๋าคือ ขนมกรุบกรอบขบเคี้ยว ถุงใหญ่เต็มกระเป๋า ตลอดเวลาที่นั่งหน้า Computer ก็จะหยิบทานอย่างเอร็ด อร่อย เคยถามว่า ทำไมให้ทานขนาดนี้ คุณแม่บอกว่าถ้าไม่ให้ทาน ลูกก็จะหิว สงสารลูก.. เพื่อนก็ชอบล้อ...เดินเหินไม่คล่องตัว..ใส่เสื้อผ้าก็มีปัญหา..ไหนจะปัญหาสุขภาพที่ตามมา...เคยให้ลดน้ำหนัก โดยงดขนมและลดปริมาณข้าว แต่พอถึงเวลาลูกร้องหิว ทนไม่ไหว ก็ต้องให้ทาน ต้องซื้อให้.. นี่เอง..เป็นเหตุให้น้องหนูน้ำหนักมากเกินวัย และเกินตัว เพราะพฤติกรรมการทานที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กๆ ที่ทานตลอดทุกครั้งที่หิว ทานไม่เป็นเวลา และข้อสำคัญทานขนมหวานและโดยเฉพาะประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรต...ตัวสะสมดีนักแล...
นึกถึงหัวอกท่านที่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ที่รักลูก เพราะเด็กยังไม่รู้เรื่องอะไร...หากเราตามใจเมื่อลูกร้องขอทุกครั้งเพราะสงสารลูก..ผลที่ตามมาลูกจะมีพฤติกรรมการทานที่ผิด ผลเสียก็จะเกิดที่ตัวเด็กเอง...ถ้ารักลูกให้ถูกทาง ควรสร้างพฤติกรรมหรือวินัย ในการรับประทานที่เหมาะสมตั้งแต่ลูกยังเล็ก เมื่อหนูโตขึ้นจะได้ไม่ถามว่า หนูอ้วนเพราะใคร? เพราะพ่อ แม่ รักหนู(ผิดวิธี)
|
|
LAST_UPDATED2 |
|
|
|
|
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 Next > End >>
|
|
JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL |